ประเภทของไวรัส
บูตเซกเตอร์ไวรัส
Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์คือ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่อง จะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์ โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็ก ๆ ไว้ใช้ในการเรียกระบบ ปฎิบัติการขึ้นมาทำงานอีกทีหนึ่ง บูตเซกเตอร์ไวรัสจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกล่าว และไวรัส ประเภทนี้ถ้าไปติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไป จะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Parition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น
ถ้าบูตเซกเตอร์ของดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมาโดย พยายามเรียก ดอสจากดิสก์นี้ ตัวโปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและจะเข้าไปฝังตัวอยู่ใน หน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่ จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา แล้วตัวไวรัสจึงค่อยไป เรียกดอสให้ขึ้นมาทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โปรแกรมไวรัส
Program Viruses หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติก็คือ ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้า ไปติดอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น sys และโปรแกรมประเภท Overlay Programsได้ด้วย โปรแกรมโอเวอร์เลย์ปกติจะเป็นไฟล์ที่มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย OV วิธีการที่ไวรัสใช้เพื่อที่จะ เข้าไปติดโปรแกรมมีอยู่สองวิธี คือ การแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในโปรแกรมผลก็คือหลังจากท ี่ โปรแกรมนั้นติดไวรัสไปแล้ว ขนาดของโปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรืออาจมีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิมดังนั้นขนาดของโปรแกรมจะไม่เปลี่ยนและยากที่ จะซ่อมให้กลับเป็นดังเดิม
การทำงานของไวรัส โดยทั่วไป คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนของไวรัสจะทำงานก่อนและจะถือโอกาสนี้ฝังตัวเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำทันทีแล้วจึงค่อยให้ โปรแกรมนั้นทำงานตามปกติต่อไป เมื่อไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำแล้ว หลัง จากนี้ไปถ้ามีการเรียกโปรแกรมอื่น ๆ ขึ้นมาทำงานต่อ ตัวไวรัสก็จะสำเนาตัวเองเข้าไป ในโปรแกรมเหล่านี้ทันที เป็นการแพร่ระบาดต่อไป
วิธีการแพร่ระบาดของโปรแกรม ไวรัสอีกแบบหนึ่งคือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่มีไวรัสติดอยู่ ตัวไวรัสจะเข้าไปหาโปรแกรมอื่น ๆ ที่อยู่ในดิสก์เพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียก นั้นทำงานตามปกติต่อไป
ม้าโทรจัน
ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตัวเหมือนว่าเป็น โปรแกรมธรรมดาทั่ว ๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อ ถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้ง ชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบายการใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ
จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันอาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำ อันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบ คอมพิวเตอร์
ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดด ๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ ผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรม ที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมประเภทม้าโทรจันได้
โพลีมอร์ฟิกไวรัส
Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเอง ได้เมื่อมีสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจได้หถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
สทีลต์ไวรัส
Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริง ของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัว ไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิม ทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
2005/Nov/29
2005/Oct/08
- ฐาน
ข้อ มูล ที่ เก็บ ไวรัส ซิกเนเจอร์จะ ต้อง ทัน สมัย อยู่ เสมอ แล ครอบ คลุม ไวรัส ทุก ตัว มาก ที่ สุด เท่า ที่ จะ ทำ ได้ - เพราะสแกนเนอร์จะ
ไม่ สามารถ ตรวจ จับ ไวรัส ที่ ยัง ไม่ มี ซิกเนเจอร์ของ ไวรัส นั้น เก็บ อยู่ ใน ฐาน ข้อ มูล ได้ - ยาก
ที่ จะ ตรวจ จับ ไวรัส ประเภท โพ ลี มอร์ฟิก เนื่อง จาก ไวรัส ประเภท นี้ เปลี่ยน แปลง ตัว เอง ได้ - จึง
ทำ ให้ ไวรัส ซิกเนเจอร์ที่ ใช้ สามารถ นำ มา ตรวจ สอบ ได้ ก่อน ที่ ไวรัส จะ เปลี่ยน ตัว เอง เท่า นั้น - ถ้า
มี ไวรัส ประเภทสทีลต์ไวรัส ติด อยู่ ในเครื่องตัวสแกนเนอร์อาจ จะ ไม่ สามารถ ตรวจ หา ไวรัส นี้ ได้ - ทั้ง
นี้ ขึ้น อยู่กับความ ฉลาด และ เทคนิค ที่ ใช้ ของ ตัว ไวรัส และ ของ ตัวสแกนเนอร์เอง ว่า ใคร เก่ง กว่า - เนื่อง
จาก ไวรัส มี ตัว ใหม่ ๆ ออก มา อยู่ เสมอ ๆ ผู้ ใช้ จึง จำ เป็น จะ ต้อง หาสแกนเนอร์ ตัว ที่ ใหม่ ที่ สุด มา ใช้ - มี
ไวรัส บาง ตัว จะ เข้า ไป ติด ใน โปรแกรม ทัน ที ที่ โปรแกรม นั้น ถูก อ่าน และ ถ้า สมมติ - ว่าสแกนเนอร์ที่
ใช้ ไม่ สามารถ ตรวจ จับ ได้ และ ถ้าเครื่องมี ไวรัส นี้ ติด อยู่ เมื่อ มี การ - เรียกสแกนเนอร์ขึ้น
มา ทำ งาน สแกนเนอร์จะ เข้า ไป อ่าน โปรแกรม ที ละ โปรแกรม เพื่อ ตรวจ สอบ - ผล
ก็ คือ จะ ทำ ให้ ไวรัส ตัว นี้ เข้า ไป ติด อยู่ ใน โปรแกรม ทุก ตัว ที่ ถูก สแกนเนอร์นั้น อ่าน ได้ - สแกนเนอร์ราย
งาน ผิด พลาด ได้ คือ ไวรัส ซิกเนเจอร์ที่ ใช้ บังเอิญ ไป ตรงกับที่ มี - อยู่
ใน โปรแกรม ธรรม ดา ที่ ไม่ ได้ ติด ไวรัส ซึ่ง มัก จะ เกิด ขึ้น ใน กรณี ที่ ไวรัส ซิกเนเจอร์ ที่ ใช้ มี ขนาด สั้น ไป - ก็
จะ ทำ ให้ โปรแกรม ดัง กล่าว ใช้ งาน ไม่ ได้ อีก ต่อ ไป
การ
การ
2005/Oct/07
สามารถสังเกตุ
การ ทำ งาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้า มี อาการ ดัง ต่อ ไป นี้ อาจ เป็น ไป ได้ ว่าไ ด้มี ไวรัส เข้า ไป ติด อยู่ ในเครื่องแล้ว อาการ ที่ ว่า นั้น ได้ แก่
- ใช้
เวลา นาน ผิด ปกติ ใน การ เรียก โปรแกรม ขึ้น มา ทำ งาน - ขนาด
ของ โปรแกรม ใหญ่ ขึ้น - วัน
เวลา ของ โปรแกรม เปลี่ยน ไป - ข้อ
ความ ที่ ปกติ ไม่ ค่อย ได้ เห็น กลับ ถูก แสดง ขึ้น มา บ่อย ๆ - เกิด
อักษร หรือ ข้อ ความ ประหลาด บน หน้า จอ - เครื่องส่ง
เสียง ออก ทางลำโพง โดย ไม่ ได้ เกิด จาก โปรแกรม ที่ ใช้ อยู่ - แป้น
พิมพ์ ทำ งาน ผิด ปกติ หรือ ไม่ ทำ งาน เลย - ขนาด
ของ หน่วย ความ จำ ที่ เหลือ ลด น้อย กว่า ปกติ โดย หา เหตุ ผล ไม่ ได้ - ไฟล์
แสดง สถานะ การ ทำ งาน ของดิสก์ติด ค้าง นาน กว่า ที่ เคย เป็น - ไฟล์
ข้อ มูล หรือ โปรแกรม ที่ เคย ใช้ อยู่ ๆ ก็ หาย ไป - เครื่องทำ
งาน ช้า ลง - เครื่องบูตตัว
เอง โดย ไม่ ได้ สั่ง - ระบบ
หยุด ทำ งาน โดย ไม่ ทราบ สาเหตุ - เซกเตอร์ที่
เสีย มี จำนวน เพิ่ม ขึ้น โดย มี การ ราย งาน ว่า จำนวน เซกเตอร์ที่ เสีย มี จำนวน เพิ่ม ขึ้น กว่า แต่ ก่อน โดย ที่ - ยัง
ไม่ ได้ ใช้ โปรแกรม ใด เข้า ไป ตรวจ หา เลย